หะดิษ

หะดิษ
หะดิษต่างๆ

วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2554

หะดิษบุคอรี ว่าด้วยหญิงมีประจำเดือนเอียะอ์ติกาฟ


حَدَّثَنَا قُتَيْبَةُ، قَالَ حَدَّثَنَا يَزِيدُ بْنُ زُرَيْعٍ، عَنْ خَالِدٍ، عَنْ عِكْرِمَةَ، عَنْ عَائِشَةَ، قَالَتِ اعْتَكَفَتْ مَعَ رَسُولِ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم امْرَأَةٌ مِنْ أَزْوَاجِهِ، فَكَانَتْ تَرَى الدَّمَ وَالصُّفْرَةَ، وَالطَّسْتُ تَحْتَهَا وَهْىَ تُصَلِّي‏.‏



                 ท่านหญิงอาอิชะห์ รายงานว่า ภรรยาคนหนึ่งของท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้ร่วมเอียะอ์ติกาฟกับท่านนบีด้วย ซึ่งเธอได้เห็นรอยเลือดและสีแดงจางๆ ในขณะที่มีภาชนะขนาดใหญ่รองอยู่ด้านล่าง แล้วเธอก็ละหมาด

บุคอรี/หมวดที่6/บทที่10/ฮะดีษเลขที่ 310

หะดิษมุสลิม ว่าด้วยการละหมาด การถือศิลอด และซะกาต



عَنْ أَبِي سُهَيْلٍ، عَنْ أَبِيهِ، أَنَّهُ سَمِعَ طَلْحَةَ بْنَ عُبَيْدِ اللَّهِ، يَقُولُ جَاءَ رَجُلٌ إِلَى رَسُولِ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم مِنْ أَهْلِ نَجْدٍ ثَائِرُ الرَّأْسِ نَسْمَعُ دَوِيَّ صَوْتِهِ وَلاَ نَفْقَهُ مَا يَقُولُ حَتَّى دَنَا مِنْ رَسُولِ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم فَإِذَا هُوَ يَسْأَلُ عَنِ الإِسْلاَمِ فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم ‏"‏ خَمْسُ صَلَوَاتٍ فِي الْيَوْمِ وَاللَّيْلَةِ ‏"‏ ‏.‏ فَقَالَ هَلْ عَلَىَّ غَيْرُهُنَّ قَالَ ‏"‏ لاَ ‏.‏ إِلاَّ أَنْ تَطَّوَّعَ وَصِيَامُ شَهْرِ رَمَضَانَ ‏"‏ ‏.‏ فَقَالَ هَلْ عَلَىَّ غَيْرُهُ فَقَالَ ‏"‏ لاَ ‏.‏ إِلاَّ أَنْ تَطَّوَّعَ ‏"‏ ‏.‏ وَذَكَرَ لَهُ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم الزَّكَاةَ فَقَالَ هَلْ عَلَىَّ غَيْرُهَا قَالَ ‏"‏ لاَ ‏.‏ إِلاَّ أَنْ تَطَّوَّعَ ‏"‏ قَالَ فَأَدْبَرَ الرَّجُلُ وَهُوَ يَقُولُ وَاللَّهِ لاَ أَزِيدُ عَلَى هَذَا وَلاَ أَنْقُصُ مِنْهُ ‏.‏ فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم ‏"‏ أَفْلَحَ إِنْ صَدَقَ ‏"


     อบีซุฮัยล์ ได้รายงานจากพ่อของเขาว่า เขาเคยได้ยิน ตอลฮะห์ บุตรของ อุบัยดิลลาฮ์ กล่าวว่า

          "มีชายผู้หนึ่งจากชาวนัญด์มาหาท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ในสภาพที่ผมยุ่งเหยิง เราได้ยินเสียงอึกทึกของเขา แต่เราไม่เข้าใจว่า เขาพูดอะไร จนกระทั่งเขาเข้ามาใกล้ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม เราจึงได้รู้ว่าเขามาถามเกี่ยวกับเรื่องของอิสลาม ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า คือการละหมาดห้าเวลาในวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง 


          เขากล่าวว่า มีสิ่งที่จำเป็นแก่ฉันนอกจากนี้อีกไหม ท่านตอบ ไม่มี นอกจาก (ละหมาดซุนนะห์) ที่ท่านทำโดยสมัครใจ และการถือศีลอดเดือนรอมฏอน  เขากล่าวว่า มีสิ่งจำเป็นแก่ฉันนอกจากนี้อีกไหม ท่านตอบว่า ไม่มี นอกจาก (ศีลอดซุนนะห์) ที่ท่านทำโดยสมัครใจ 


          และท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวแก่เขาเรื่องซะกาต เขากล่าวว่า มีสิ่งจำเป็นแก่ฉันนอกจากนี้อีกไหม ท่านตอบว่า ไม่มี นอกจาก (การบริจาค) ที่ท่านสมัครใจ เขา (ผู้รายงาน) กล่าวว่า แล้วชายผู้นั้นก็กลับไปพลางกล่าวว่า ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ว่า ฉันจะไม่เพิ่มและลดหย่อนไปกว่านี้ ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า เขาประสบความสำเร็จ หากเขาทำจริงตามที่ได้ยืนยัน"

มุสลิม/หมวดที่1/บทที่4/ฮะดีษเลขที่0007

หะดิษมุสลิม ว่าด้วยความหมาย อัลอีหม่าน อัลอิสลาม และอัลเอียะห์ซาน


عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ، قَالَ كَانَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم يَوْمًا بَارِزًا لِلنَّاسِ فَأَتَاهُ رَجُلٌ فَقَالَ يَا رَسُولَ اللَّهِ مَا الإِيمَانُ قَالَ ‏"‏ أَنْ تُؤْمِنَ بِاللَّهِ وَمَلاَئِكَتِهِ وَكِتَابِهِ وَلِقَائِهِ وَرُسُلِهِ وَتُؤْمِنَ بِالْبَعْثِ الآخِرِ ‏"‏ ‏.‏ قَالَ يَا رَسُولَ اللَّهِ مَا الإِسْلاَمُ قَالَ ‏"‏ الإِسْلاَمُ أَنْ تَعْبُدَ اللَّهَ وَلاَ تُشْرِكَ بِهِ شَيْئًا وَتُقِيمَ الصَّلاَةَ الْمَكْتُوبَةَ وَتُؤَدِّيَ الزَّكَاةَ الْمَفْرُوضَةَ وَتَصُومَ رَمَضَانَ ‏"‏ ‏.‏ قَالَ يَا رَسُولَ اللَّهِ مَا الإِحْسَانُ قَالَ ‏"‏ أَنْ تَعْبُدَ اللَّهَ كَأَنَّكَ تَرَاهُ فَإِنَّكَ إِنْ لاَ تَرَاهُ فَإِنَّهُ يَرَاكَ ‏"‏ ‏.‏ قَالَ يَا رَسُولَ اللَّهِ مَتَى السَّاعَةُ قَالَ ‏"‏ مَا الْمَسْئُولُ عَنْهَا بِأَعْلَمَ مِنَ السَّائِلِ وَلَكِنْ سَأُحَدِّثُكَ عَنْ أَشْرَاطِهَا إِذَا وَلَدَتِ الأَمَةُ رَبَّهَا فَذَاكَ مِنْ أَشْرَاطِهَا وَإِذَا كَانَتِ الْعُرَاةُ الْحُفَاةُ رُءُوسَ النَّاسِ فَذَاكَ مِنْ أَشْرَاطِهَا وَإِذَا تَطَاوَلَ رِعَاءُ الْبَهْمِ فِي الْبُنْيَانِ فَذَاكَ مِنْ أَشْرَاطِهَا فِي خَمْسٍ لاَ يَعْلَمُهُنَّ إِلاَّ اللَّهُ ‏"‏ ‏.‏ ثُمَّ تَلاَ صلى الله عليه وسلم ‏{‏ إِنَّ اللَّهَ عِنْدَهُ عِلْمُ السَّاعَةِ وَيُنَزِّلُ الْغَيْثَ وَيَعْلَمُ مَا فِي الأَرْحَامِ وَمَا تَدْرِي نَفْسٌ مَاذَا تَكْسِبُ غَدًا وَمَا تَدْرِي نَفْسٌ بِأَىِّ أَرْضٍ تَمُوتُ إِنَّ اللَّهَ عَلِيمٌ خَبِيرٌ‏}‏ ‏"‏ ‏.‏ قَالَ ثُمَّ أَدْبَرَ الرَّجُلُ فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم ‏"‏ رُدُّوا عَلَىَّ الرَّجُلَ ‏"‏ ‏.‏ فَأَخَذُوا لِيَرُدُّوهُ فَلَمْ يَرَوْا شَيْئًا ‏.‏ فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم ‏"‏ هَذَا جِبْرِيلُ جَاءَ لِيُعَلِّمَ النَّاسَ دِينَهُمْ ‏"


     อบูฮุรอยเราะห์รายงานว่า :

          ขณะที่ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ปรากฏตัวต่อสาธรณะในวันหนึ่ง ได้มีชายผู้หนึ่งมาหาท่านโดยกล่าวว่า โอ้ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ อัลอีหม่าน คืออะไร ท่านตอบว่า คือการที่ท่านต้องศรัทธาต่อพระองค์อัลลลอฮ์,มะลาอิกะห์ของพระองค์,คัมภีร์ของพระองค์,และการพบกับพระองค์ (วันแห่งการสอบสวนและตัดสิน) บรรดาศาสนทูตของพระองค์, และการที่ท่านต้องศรัทธาต่อการฟื้นคืนชีพในวันอาคิเราะห์ 


          เขากล่าวว่า โอ้ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ อัลอิสลาม  คืออะไร ท่านตอบว่า อัลอิสลามก็คือ การที่ท่านสักการะต่อพระองค์อัลลอฮ์โดยไม่มีภาคีใดๆกับพระองค์, และการดำรงละหมาดที่ถูกบัญญัติไว้, การจ่ายซะกาตที่ถูกกำหนดไว้, และการถือศีลอดเดือนรอมฏอน 


          เขากล่าวว่า โอ้ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ อัลเอียะห์ซาน คืออะไร ท่านตอบว่า คือการที่ท่านสักการะต่อพระองค์อัลลอฮ์ประหนึ่งว่าท่านได้เห็นพระองค์ หากแต่ท่านมิได้เห็นพระองค์ แต่พระองค์ทรงเห็นท่าน 


          เขากล่าวว่า โอ้ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ กาลอวสานจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ท่านตอบว่า หาใช่ว่าผู้ถูกถามจะรู้ดีไปกว่าผู้ถาม อย่างไรก็ตาม ฉันจะบอกถึงสัญญาณต่างๆของมันให้ทราบคือ เมื่อนางทาสคลอดผู้เป็นนายของนางออกมา นี่แหละคือหนึ่งในสัญญาณของมัน และเมื่อผู้ไม่มีอาภรณ์สวมใส่,ผู้มีแต่เท้าเปล่า ได้เป็นนายคน นี่ก็เป็นอีกสัญญาณหนึ่งของมัน และเมื่อชาวชนบทที่ต้อนฝูงแกะได้แข่งขันกันสร้างอาคารสูง นี่ก็เป็นอีกสัญญาณหนึ่งของมัน 


          แต่ยังมีอีกห้าประการซึ่งไม่มีผู้ใดรู้ได้นอกจากพระองค์อัลลอฮ์ หลังจากนั้น ท่านรอซูลุลลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ก็ได้อ่าน (อัลกุรอาน) 


          “แท้จริง ณ พระองค์อัลลออ์นั้น มีความรู้เรื่องกาลอวสาน พระองค์ทรงทำให้ฝนหลั่งลงมาจากฟากฟ้า และพระองค์ทรงรู้ดีถึงสิ่งที่มีอยู่ในมดลูก, ไม่มีผู้ใดรู้ถึงสิ่งที่เขาจะได้รับในวันรุ่งขึ้น และไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาจะเสียชีวิต ณ.แผ่นดินใด แท้จริงพระองค์อัลลอฮ์ผู้ทรงรอบรู้อย่างถี่ถ้วน”  


          เขา (อบูฮุรอยเราะห์) กล่าวว่า หลังจากนั้นชายผู้ถามก็กลับไป  ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม จึงได้กล่าวว่า พวกเจ้าจงไปตามชายผู้นั้นกลับมาหาฉัน พวกเขาจึงไปตามหาแต่ไม่พบร่องรอยของเขาเลย  ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัมได้กล่าวว่า เขาคือญีบรีล ที่มาเพื่อสอนผู้คนในเรื่องศาสนาของพวกเขา




          ข้อความของอัลกุรอาน อยู่ในซูเราะห์ลุกมาน อายะห์ที่ 34

มุสลิม/หมวดที่1/บทที่2/ฮะดีษเลขที่0004

หะดิษมุสลิม ว่าด้วยเรื่องการกำหนดสภาวการณ์



عَنْ يَحْيَى بْنِ يَعْمَرَ، قَالَ كَانَ أَوَّلَ مَنْ قَالَ فِي الْقَدَرِ بِالْبَصْرَةِ مَعْبَدٌ الْجُهَنِيُّ فَانْطَلَقْتُ أَنَا وَحُمَيْدُ بْنُ عَبْدِ الرَّحْمَنِ الْحِمْيَرِيُّ حَاجَّيْنِ أَوْ مُعْتَمِرَيْنِ فَقُلْنَا لَوْ لَقِينَا أَحَدًا مِنْ أَصْحَابِ رَسُولِ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم فَسَأَلْنَاهُ عَمَّا يَقُولُ هَؤُلاَءِ فِي الْقَدَرِ فَوُفِّقَ لَنَا عَبْدُ اللَّهِ بْنُ عُمَرَ بْنِ الْخَطَّابِ دَاخِلاً الْمَسْجِدَ فَاكْتَنَفْتُهُ أَنَا وَصَاحِبِي أَحَدُنَا عَنْ يَمِينِهِ وَالآخَرُ عَنْ شِمَالِهِ فَظَنَنْتُ أَنَّ صَاحِبِي سَيَكِلُ الْكَلاَمَ إِلَىَّ فَقُلْتُ أَبَا عَبْدِ الرَّحْمَنِ إِنَّهُ قَدْ ظَهَرَ قِبَلَنَا نَاسٌ يَقْرَءُونَ الْقُرْآنَ وَيَتَقَفَّرُونَ الْعِلْمَ - وَذَكَرَ مِنْ شَأْنِهِمْ - وَأَنَّهُمْ يَزْعُمُونَ أَنْ لاَ قَدَرَ وَأَنَّ الأَمْرَ أُنُفٌ ‏.‏ قَالَ فَإِذَا لَقِيتَ أُولَئِكَ فَأَخْبِرْهُمْ أَنِّي بَرِيءٌ مِنْهُمْ وَأَنَّهُمْ بُرَآءُ مِنِّي وَالَّذِي يَحْلِفُ بِهِ عَبْدُ اللَّهِ بْنُ عُمَرَ لَوْ أَنَّ لأَحَدِهِمْ مِثْلَ أُحُدٍ ذَهَبًا فَأَنْفَقَهُ مَا قَبِلَ اللَّهُ مِنْهُ حَتَّى يُؤْمِنَ بِالْقَدَرِ ثُمَّ قَالَ حَدَّثَنِي أَبِي عُمَرُ بْنُ الْخَطَّابِ قَالَ بَيْنَمَا نَحْنُ عِنْدَ رَسُولِ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم ذَاتَ يَوْمٍ إِذْ طَلَعَ عَلَيْنَا رَجُلٌ شَدِيدُ بَيَاضِ الثِّيَابِ شَدِيدُ سَوَادِ الشَّعَرِ لاَ يُرَى عَلَيْهِ أَثَرُ السَّفَرِ وَلاَ يَعْرِفُهُ مِنَّا أَحَدٌ حَتَّى جَلَسَ إِلَى النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم فَأَسْنَدَ رُكْبَتَيْهِ إِلَى رُكْبَتَيْهِ وَوَضَعَ كَفَّيْهِ عَلَى فَخِذَيْهِ وَقَالَ يَا مُحَمَّدُ أَخْبِرْنِي عَنِ الإِسْلاَمِ ‏.‏ فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم ‏"‏ الإِسْلاَمُ أَنْ تَشْهَدَ أَنْ لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللَّهُ وَأَنَّ مُحَمَّدًا رَسُولُ اللَّهِ وَتُقِيمَ الصَّلاَةَ وَتُؤْتِيَ الزَّكَاةَ وَتَصُومَ رَمَضَانَ وَتَحُجَّ الْبَيْتَ إِنِ اسْتَطَعْتَ إِلَيْهِ سَبِيلاً ‏.‏ قَالَ صَدَقْتَ ‏.‏ قَالَ فَعَجِبْنَا لَهُ يَسْأَلُهُ وَيُصَدِّقُهُ ‏.‏ قَالَ فَأَخْبِرْنِي عَنِ الإِيمَانِ ‏.‏ قَالَ ‏"‏ أَنْ تُؤْمِنَ بِاللَّهِ وَمَلاَئِكَتِهِ وَكُتُبِهِ وَرُسُلِهِ وَالْيَوْمِ الآخِرِ وَتُؤْمِنَ بِالْقَدَرِ خَيْرِهِ وَشَرِّهِ ‏"‏ ‏.‏ قَالَ صَدَقْتَ ‏.‏ قَالَ فَأَخْبِرْنِي عَنِ الإِحْسَانِ ‏.‏ قَالَ ‏"‏ أَنْ تَعْبُدَ اللَّهَ كَأَنَّكَ تَرَاهُ فَإِنْ لَمْ تَكُنْ تَرَاهُ فَإِنَّهُ يَرَاكَ ‏"‏ ‏.‏ قَالَ فَأَخْبِرْنِي عَنِ السَّاعَةِ ‏.‏ قَالَ ‏"‏ مَا الْمَسْئُولُ عَنْهَا بِأَعْلَمَ مِنَ السَّائِلِ ‏"‏ ‏.‏ قَالَ فَأَخْبِرْنِي عَنْ أَمَارَتِهَا ‏.‏ قَالَ ‏"‏ أَنْ تَلِدَ الأَمَةُ رَبَّتَهَا وَأَنْ تَرَى الْحُفَاةَ الْعُرَاةَ الْعَالَةَ رِعَاءَ الشَّاءِ يَتَطَاوَلُونَ فِي الْبُنْيَانِ ‏"‏ ‏.‏ قَالَ ثُمَّ انْطَلَقَ فَلَبِثْتُ مَلِيًّا ثُمَّ قَالَ لِي ‏"‏ يَا عُمَرُ أَتَدْرِي مَنِ السَّائِلُ ‏"‏ ‏.‏ قُلْتُ اللَّهُ وَرَسُولُهُ أَعْلَمُ ‏.‏ قَالَ ‏"‏ فَإِنَّهُ جِبْرِيلُ أَتَاكُمْ يُعَلِّمُكُمْ دِينَكُمْ ‏"‏ ‏.‏



     ยะห์ยา บินยะอ์มัร รายงานว่า

          "ผู้แรกที่กล่าววิจารณ์เรื่องการกำหนดสภาวการณ์ที่เมืองบัศเราะห์ ก็คือ มะอ์บัด อัลญุฮันนีย์ ดังนั้น ฉัน (ยะห์ยา) กับฮุมัยด์ บุตรของอับดุลเราะห์มาน อัลฮิมัยรี่ย์ จึงปลีกตัวจากพวกเขาโดยมุ่งหน้ามาทำฮัจญ์ หรือ ทำอุมเราะห์  โดยที่เรากล่าวกันว่า หากเราได้พบคนใดก็ตามจากศอฮาบะห์ของท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม พวกเราก็จะถามเขาเกี่ยวกับเรื่องการกำหนดสภาวการณ์ที่คนเหล่านั้นได้วิจารณ์  


          ทันใดนั้น ท่านอับดุลลอฮ์ บุตรของท่านอุมัร บุตรของอัลคอตต๊อบ ก็ได้ปรากฏตัวต่อหน้าเราโดยกำลังเข้ามาในมัสยิด ฉันและเพื่อนของฉันจึงเข้าไปขนาบข้างโดยที่คนหนึ่งอยู่ทางด้านขวา และอีกคนหนึ่งอยู่ทางด้านซ้าย และฉันคิดว่าเพื่อนของฉันจะให้สิทธิ์แก่ฉันเป็นผู้ถาม ฉันจึงกล่าวว่า 


          โอ้ท่านพ่อของอับดุลเราะห์มาน แท้จริงที่เมือง (บัศเราะห์) ของเรานั้นมีคนอยู่กลุ่มหนึ่ง พวกเขาจะอ่านอัลกุรอาน และปฏิบัติตามความรู้ที่พวกเขาวิเคราะห์กันเอง ต่อจากนั้นก็ได้เล่าถึงเรื่องราวของพวกเขาให้ฟังว่า พวกเขาอ้างกันว่า ไม่มีการกำหนดสิ่งใดๆไว้ล่วงหน้า และเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเรื่องใหม่  เขากล่าวตอบว่า หากท่านได้พบกับคนเหล่านั้นก็บอกแก่พวกเขาด้วยว่า ฉันบริสุทธิ์จากความเชื่อของพวกเขา และพวกเขาก็ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับฉัน 


          ขอสาบานต่อผู้ซึ่งที่อับดุลลอฮ์ บุตรของอุมัร ยืนกรานสาบานต่อพระองค์ว่า หากพวกเขามีทองดั่งภูเขาอุฮุด แล้วนำมันไปบริจาค พระองค์อัลลอฮ์ก็จะมิทรงรับการบริจาคนั้น จนกว่าพวกเขาจะศรัทธาต่อเรื่องการกำหนดสภาวการณ์อย่างถูกต้องเสียก่อน แล้วเขากล่าวต่อไปว่า พ่อของฉันคืออุมัร บตุรของ อัลคอตต๊อบได้เล่าให้ฉันฟังว่า 


          ขณะที่พวกเราอยู่กับท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ในวันหนึ่ง ก็มีชายผู้หนึ่งปรากฏตัวต่อหน้าเรา เขาสวมเสื้อผ้าที่ขาวสะอาด, มีผมสีดำสนิท, ไม่มีร่องรอยการเดินทางปรากฏให้เห็น และไม่มีผู้ใดในหมู่พวกเราที่รู้จักเขา จนกระทั่งเขาได้เข้ามานั่งเอาเข่าเกยกับเข่าของท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม และเอามือทั้งสองวางบนหน้าตักของเขา แล้วกล่าวว่า 


          โอ้มูฮัมหมัด โปรดบอกฉันเกี่ยวกับอิสลาม ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัมได้ตอบว่า อัลอิสลาม คือ การที่ท่านปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากพระองค์อัลลอฮ์ และมูฮัมหมัดคือศาสนทูตของอัลลอฮ์ และการที่ท่านจะต้องดำรงละหมาด, จ่ายซะกาต,ถือศีลอดเดือนรอมฏอน และทำฮัจญ์ ณ.บัยตุ้ลลอฮ์ หากมีความสามารถกระทำได้ 


          เขากล่าวว่า ท่านพูดถูกต้องแล้ว เขา (อุมัร) กล่าวว่า พวกเราแปลกใจในตัวเขาที่เขาถามและก็ยืนยันในคำตอบเสียเอง เขาถามต่อไปว่า ได้โปรดบอกฉันเกี่ยวกับ อัลอีหม่าน ท่านตอบว่า คือการที่ท่านศรัทธาต่ออัลลอฮ์, บรรดามะลาอิกะห์ของพระองค์, บรรดาคัมภีร์ของพระองค์, บรรดาศาสนทูตของพระองค์, ศรัทธาต่อวันพิพากษา, และศรัทธาต่อการกำหนดความดีและความชั่วของพระองค์ เขากล่าวว่า ท่านพูดถูกต้องแล้ว 


          เขาถามต่อไปว่า โปรดบอกฉันเกี่ยวกับ อัลเอียะห์ซาน  ท่านตอบว่า คือการที่ท่านต้องสักการะต่อพระองค์อัลลอฮ์ประหนึ่งว่าท่านเห็นพระองค์ หากแต่ท่านมิได้เห็นพระองค์ แต่พระองค์ทรงเห็นท่าน เขาถามต่อไปว่า ได้โปรดบอกฉันเกี่ยวกับกาลอวสาน ท่านตอบว่า ไม่ใช่ว่าผู้ถูกถามถึงเรื่องนี้จะรู้ดีไปกว่าผู้ถาม 


          เขาถามว่า โปรดบอกฉันเกี่ยวกับสัญญาณต่างๆ ของมัน ท่านตอบว่า คือการที่นางทาสจะคลอดผู้เป็นนายของนาง, และการที่ท่านจะได้เห็นผู้ที่มีแต่เท้าเปล่า,ผู้ไม่มีเสื้อผ้าจะสวมใส่, ชาวชนบทผู้ขัดสนที่ต้อนฝูงแกะ พวกเขาจะแข่งขันกันสร้างอาคารสูง เขา (อุมัร) กล่าวว่า หลังจากนั้นผู้ถามก็กลับไป โดยที่ฉันยังสงสัยอีกนาน 


          แล้วท่าน (นบี) ก็กล่าวแก่ฉันว่า โอ้อุมัร เจ้ารู้ไหมว่า ผู้ถามเป็นใคร ฉัน (อุมัร) ตอบว่า พระองค์อัลลอฮ์และศาสนทูตของพระองค์รู้ดีที่สุด ท่านกล่าวว่า เขาคือญีบรีล (มะลาอิกะห์) เขามาเพื่อบอกเรื่อง (สำคัญ) ในศาสนาของพวกเจ้า" 

มุสลิม/หมวดที่1/บทที่1/ฮะดีษเลขที่0001

วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554

หะดิษบุคอรี ว่าด้วยเลือดประจำเดือนเปื้อนเสื้อผ้า




حَدَّثَنَا عَبْدُ اللَّهِ بْنُ يُوسُفَ، قَالَ أَخْبَرَنَا مَالِكٌ، عَنْ هِشَامٍ، عَنْ فَاطِمَةَ بِنْتِ الْمُنْذِرِ، عَنْ أَسْمَاءَ بِنْتِ أَبِي بَكْرٍ، أَنَّهَا قَالَتْ سَأَلَتِ امْرَأَةٌ رَسُولَ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم فَقَالَتْ يَا رَسُولَ اللَّهِ، أَرَأَيْتَ إِحْدَانَا إِذَا أَصَابَ ثَوْبَهَا الدَّمُ مِنَ الْحَيْضَةِ، كَيْفَ تَصْنَعُ فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم ‏"‏ إِذَا أَصَابَ ثَوْبَ إِحْدَاكُنَّ الدَّمُ مِنَ الْحَيْضَةِ، فَلْتَقْرُصْهُ ثُمَّ لِتَنْضَحْهُ بِمَاءٍ، ثُمَّ لِتُصَلِّي فِيهِ ‏"‏‏
  


                อัสมาอ์ บินติ อบีบักร์ รายงานว่า มีหญิงผู้หนึ่งได้ถามท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม โดยกล่าวว่า โอ้ศาสนทูตของอัลลอฮ์ โปรดบอกเราเถิดว่า หากผู้ใดในหมู่พวกเราที่เลือดประจำเดือนเปื้อนเสื้อผ้าพวกเราควรทำอย่างไร ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ตอบว่า “เมื่อเลือดประจำเดือนเปื้อนเสื้อผ้าของคนใดในหมู่พวกเธอ ก็จงถูมัน แล้วขยี้มันด้วยน้ำ หลังจากนั้นก็นำมันมาใส่ละหมาดได้”  

บุคอรี/หมวดที่6/บทที่9/ฮะดีษเลขที่ 307

หะดิษบุคอรี ว่าด้วยเลือดเสีย



حَدَّثَنَا عَبْدُ اللَّهِ بْنُ يُوسُفَ، قَالَ أَخْبَرَنَا مَالِكٌ، عَنْ هِشَامِ بْنِ عُرْوَةَ، عَنْ أَبِيهِ، عَنْ عَائِشَةَ، أَنَّهَا قَالَتْ قَالَتْ فَاطِمَةُ بِنْتُ أَبِي حُبَيْشٍ لِرَسُولِ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم يَا رَسُولَ اللَّهِ إِنِّي لاَ أَطْهُرُ، أَفَأَدَعُ الصَّلاَةَ فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم ‏"‏ إِنَّمَا ذَلِكِ عِرْقٌ وَلَيْسَ بِالْحَيْضَةِ، فَإِذَا أَقْبَلَتِ الْحَيْضَةُ فَاتْرُكِي الصَّلاَةَ، فَإِذَا ذَهَبَ قَدْرُهَا فَاغْسِلِي عَنْكِ الدَّمَ وَصَلِّي ‏"
  


                ท่านหญิงอาอิชะห์ รายงานว่า  ฟาติมะห์ บินติอบีฮุบัยช์ ได้กล่าวแก่ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัมว่า โอ้ศาสนทูตของอัลลอฮ์ แท้จริงฉันนี้ยังไม่สะอาด (ยังมีเลือดออกจากอวัยวะเพศ)  ฉันจะต้องงดการละหมาดหรือไม่ ท่านรอซูลลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า “มันคือเลือดเสียและไม่ใช่เลือดประจำเดือน แต่เมื่อเธอมีเลือดประจำเดือนจริงๆก็จงงดการละหมาด แต่เมื่อระยะเวลา (ประจำเดือนตามปกติ)ได้ผ่านพ้นไปแล้ว เธอก็จงล้างคราบประจำเดือนแล้วก็จงละหมาด”


บุคอรี/หมวดที่6/บทที่8/ฮะดีษเลขที่ 306

หะดิษบุคอรีย์ ว่าด้วยการทำฮัจญ์ของหญิงมีประจำเดือน



 حَدَّثَنَا أَبُو نُعَيْمٍ، قَالَ حَدَّثَنَا عَبْدُ الْعَزِيزِ بْنُ أَبِي سَلَمَةَ، عَنْ عَبْدِ الرَّحْمَنِ بْنِ الْقَاسِمِ، عَنِ الْقَاسِمِ بْنِ مُحَمَّدٍ، عَنْ عَائِشَةَ، قَالَتْ خَرَجْنَا مَعَ النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم لاَ نَذْكُرُ إِلاَّ الْحَجَّ، فَلَمَّا جِئْنَا سَرِفَ طَمِثْتُ، فَدَخَلَ عَلَىَّ النَّبِيُّ صلى الله عليه وسلم وَأَنَا أَبْكِي فَقَالَ ‏{‏مَا يُبْكِيكِ‏}‏‏.‏ قُلْتُ لَوَدِدْتُ وَاللَّهِ أَنِّي لَمْ أَحُجَّ الْعَامَ‏.‏ قَالَ ‏{‏لَعَلَّكِ نُفِسْتِ‏}‏‏.‏ قُلْتُ نَعَمْ‏.‏ قَالَ ‏"‏ فَإِنَّ ذَلِكَ شَىْءٌ كَتَبَهُ اللَّهُ عَلَى بَنَاتِ آدَمَ، فَافْعَلِي مَا يَفْعَلُ الْحَاجُّ، غَيْرَ أَنْ لاَ تَطُوفِي بِالْبَيْتِ حَتَّى تَطْهُرِي ‏"  




                 ท่านหญิงอาอิชะห์ รายงานว่า พวกเราออกเดินทางไปพร้อมกับท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม โดยพวกเราไม่มีเจตนาอื่นใดเลย นอกจากการทำฮัจญ์ จนกระทั่งพวกเรามาถึงที่ “ซะรีฟ” (อยู่ห่างจากมักกะห์ประมาณ 6 ไมล์) ฉันก็มีเลือดประจำเดือน และท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้เข้ามาหาฉันขณะที่ฉันกำลังร้องไห้ ท่านถามว่า อะไรทำให้เธอต้องร้องไห้ ฉันตอบว่า  ฉันจะพอใจหรือ ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ว่า ฉันคงไม่ได้ทำฮัจญ์ในปีนี้ ท่านกล่าวว่า เป็นไปได้ว่าเลือดประจำเดือนของเธอมาใช่ไหม ฉันตอบว่า  ใช่คะ ท่านกล่าวว่า “นี่คือสิ่งที่พระองค์อัลลอฮ์ได้กำหนดให้แก่บรรดาลูกสาวของอาดัม ดังนั้นธงจงกระทำทุกอย่างเช่นเดียวกับที่ผู้ปฏิบัติฮัจญ์พึงกระทำ นอกจากไม่ต้องตอวาฟรอบกะอ์บะห์ จนกว่าเธอจะทำความสะอาด (หมดประจำเดือนและอาบน้ำชำระร่างกายตามศาสนบัญญัติ)


บุคอรี/หมวดที่6/บทที่7/ฮะดีษเลขที่ 305