หะดิษ

หะดิษ
หะดิษต่างๆ

วันพุธที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2555

หะดิษบุคอรี ว่าด้วยผู้ที่กล่าวเท็จต่อท่านนบี




عَنْ عَبْدِ الْعَزِيزِ، قَالَ أَنَسٌ إِنَّهُ لَيَمْنَعُنِي أَنْ أُحَدِّثَكُمْ حَدِيثًا كَثِيرًا أَنَّ النَّبِيَّ صلى الله عليه وسلم قَالَ ‏"‏ مَنْ تَعَمَّدَ عَلَىَّ كَذِبًا فَلْيَتَبَوَّأْ مَقْعَدَهُ مِنَ النَّارِ ‏"‏‏

            รายงานจาก อับดุลอะซีซ ว่า อนัส (บินมาลิก) กล่าวว่า  ความจริงที่ห้ามฉันไม่ให้บอกกับพวกท่านในเรื่องฮะดีษอย่างมากมาย เพราะแท้จริงท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า “ผู้ใดเจตนากล่าวเท็จต่อฉันก็ให้เขาเตรียมที่นั่งสำหรับเขาในนรก”

บุคคอรี/หมวดที่3/บทที่38/ฮะดีษเลขที่ 108

หะดิษมุสลิม ว่าด้วยการสาบานเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์ของมุสลิม



 سَمِعْتُ ابْنَ مَسْعُودٍ، يَقُولُ سَمِعْتُ رَسُولَ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم يَقُولُ ‏"‏ مَنْ حَلَفَ عَلَى مَالِ امْرِئٍ مُسْلِمٍ بِغَيْرِ حَقِّهِ لَقِيَ اللَّهَ وَهُوَ عَلَيْهِ غَضْبَانُ ‏"‏ قَالَ عَبْدُ اللَّهِ ثُمَّ قَرَأَ عَلَيْنَا رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم مِصْدَاقَهُ مِنْ كِتَابِ اللَّهِ ‏{‏ إِنَّ الَّذِينَ يَشْتَرُونَ بِعَهْدِ اللَّهِ وَأَيْمَانِهِمْ ثَمَنًا قَلِيلاً‏}‏ إِلَى آخِرِ الآيَةِ ‏.‏


                 ผู้รายงานกล่าวว่า ฉันเคยได้ยิน  (อับดุลลอฮ์) อิบนิมัสอู๊ด กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า “ผู้ใดเจตนาสาบานเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์ของมุสลิม ทั้งที่มันไม่ใช่สิทธิ์ของเขา, เขาจะกลับไปพบอัลลอฮ์โดยที่พระองค์ทรงโกรธเขาอย่างยิ่ง”  อับดุลลอฮ์ กล่าวว่า หลังจากนั้นท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ก็อ่านข้อความจากอัลกุรอานเพื่อยืนยันในเรื่องนี้ว่า “แท้จริงผู้ที่เอาสัญญาของอัลลอฮ์ และการสาบานของพวกเขาไปขายด้วยราคาอันเล็กน้อย......” จนกระทั่งสุดอายะห์ (ซูเราะห์อาลาอิมรอน อายะห์ที่ 77) 

มุสลิม/หมวดที่1/บทที่63/ฮะดีษเลขที่ 0256

หะดิษบุคอรี ว่าด้วยทุกกิจการขึ้นอยู่กับเจตนา



عَنْ عُمَرَ بْنَ الْخَطَّابِ ـ رَضِىَ اللهُ عَنْهُ – عَلى المِنْبَرِ يَقُوْلُ سَمِعْتُ رَسُوْلَ اللهِ صَلى اللهُ عَليْهِ وَسَلَّمَ يَقُوْلُ  ‏"‏ إِنَّمَا الأَعْمَالُ بِالنِّيَّاتِ، وَإِنَّمَا لِكُلِّ امْرِئٍ مَا نَوَى فَمَنْ كَانَتْ هِجْرَتُهُ اِلَى دُنْيَا يُصِيْبُهَا أَوْاِلَى اِمْرَأَةٍ يَنْكِحُهَا فَهِجْرَتُهُ اِلَى مَا هَاجَرَ اِلَيْهِ


     ท่านอุมัร อิบนุลค๊อต๊อบ (ขอพระองค์อัลลอฮ์ทรงเมตตาท่านด้วย) ได้กล่าวขณะอยู่บนมิมบัรว่า

          "ฉันเคยได้ยินท่านรอซูลุ้ลลออ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า แท้จริงงานทั้งหลายขึ้นอยู่กับเจตนา และทุกคนจะได้รับตามที่เขาเจตนา ฉะนั้นผู้ใดก็ตามที่การอพยพของเขามีเป้าหมายเพื่อรับผลตอบแทนทางดุนยา หรือเพื่อแต่งงานกับหญิงใด  การอพยพของเขาก็ได้รับผลดังที่เขาตั้งใจอพยพไปเพื่อสิ่งนั้น"
บุคคอรี/หมวดที่1/บทที่1/ฮะดีษเลขที่1


วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2555

หะดิษเศาะเฮียะฮืมุสลิม ว่าด้วยเมื่อได้ยินเสียงจากชัยตอนให้อะซาน


حَدَّثَنِي أُمَيَّةُ بْنُ بِسْطَامَ، حَدَّثَنَا يَزِيدُ، - يَعْنِي ابْنَ زُرَيْعٍ - حَدَّثَنَا رَوْحٌ، عَنْ سُهَيْلٍ، قَالَ أَرْسَلَنِي أَبِي إِلَى بَنِي حَارِثَةَ - قَالَ - وَمَعِي غُلاَمٌ لَنَا - أَوْ صَاحِبٌ لَنَا - فَنَادَاهُ مُنَادٍ مِنْ حَائِطٍ بِاسْمِهِ - قَالَ - وَأَشْرَفَ الَّذِي مَعِي عَلَى الْحَائِطِ فَلَمْ يَرَ شَيْئًا فَذَكَرْتُ ذَلِكَ لأَبِي فَقَالَ لَوْ شَعَرْتُ أَنَّكَ تَلْقَى هَذَا لَمْ أُرْسِلْكَ وَلَكِنْ إِذَا سَمِعْتَ صَوْتًا فَنَادِ بِالصَّلاَةِ فَإِنِّي سَمِعْتُ أَبَا هُرَيْرَةَ يُحَدِّثُ عَنْ رَسُولِ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم أَنَّهُ قَالَ ‏"‏ إِنَّ الشَّيْطَانَ إِذَا نُودِيَ بِالصَّلاَةِ وَلَّى وَلَهُ حُصَاصٌ ‏"





               ซุฮัยล์ รายงานว่า พ่อของฉันได้ส่งฉันไปที่ บนีฮาริซะห์ เขากล่าวว่า ฉันได้เดินทางไปพร้อมกับเด็กรับใช้ หรือเพื่อนของฉันร่วมเดินทางไปด้วย (ขณะเดินทางนั้น) มีคนเรียกชื่อของเขาอยู่ที่ข้างกำแพง  เขากล่าวว่า ฉันกับเขาก็ตรงเข้าไปที่ข้างกำแพง แต่ปรากฏว่าไม่พบสิ่งใดเลย ดังนั้น (เมื่อกลับจากการเดินทาง) ฉันได้เล่าเรื่องนี้ให้พ่อของฉันฟัง เขากล่าวว่า ถ้าฉันรู้ว่าเจ้าจะพบกับเหตุการณ์เช่นนั้น ฉันก็จะไม่ส่งเจ้าไปเป็นอันขาด แต่ว่าเมื่อเจ้าได้ยินเสียงเช่นนั้นอีก ก็จงอะซาน (เหมือนกับอะซานเพื่อละหมาด) เพราะฉันเคยได้ยินอบูฮุรอยเราะห์ เล่าให้ฟังจากท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า แท้จริงซัยฏอนนั้นเมื่อได้ยินเสียงอะซาน มันจะหนีไปอย่างหมดหวัง


มุสลิม/หมวดที่4/บทที่8/ฮะดีษเลขที่ 0755 

วันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2555

หะดิษเศาะเฮียะฮ์บุคอรีและมุสลิม ว่าด้วยโทษการไม่ชำระปัสสาวะและนินทาผู้อื่นในหลุมฝังศพ





عَنِ ابْنِ عَبَّاسٍ، قَالَ مَرَّ النَّبِيُّ صلى الله عليه وسلم بِقَبْرَيْنِ فَقَالَ ‏"‏ إِنَّهُمَا لَيُعَذَّبَانِ، وَمَا يُعَذَّبَانِ فِي كَبِيرٍ أَمَّا أَحَدُهُمَا فَكَانَ لاَ يَسْتَتِرُ مِنَ الْبَوْلِ، وَأَمَّا الآخَرُ فَكَانَ يَمْشِي بِالنَّمِيمَةِ ‏"‏‏.‏ ثُمَّ أَخَذَ جَرِيدَةً رَطْبَةً، فَشَقَّهَا نِصْفَيْنِ، فَغَرَزَ فِي كُلِّ قَبْرٍ وَاحِدَةً‏.‏ قَالُوا يَا رَسُولَ اللَّهِ، لِمَ فَعَلْتَ هَذَا قَالَ ‏"‏ لَعَلَّهُ يُخَفَّفُ عَنْهُمَا مَا لَمْ يَيْبَسَا ‏"‏‏.‏ قَالَ ابْنُ الْمُثَنَّى وَحَدَّثَنَا وَكِيعٌ قَالَ حَدَّثَنَا الأَعْمَشُ قَالَ سَمِعْتُ مُجَاهِدًا مِثْلَهُ ‏"‏ يَسْتَتِرُ مِنْ بَوْلِهِ ‏" 




           อิบนุ อับบาส รายงานว่า ท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้ผ่านไประหว่างสองหลุมศพ ท่านกล่าวว่า “แท้จริงทั้งสองนี้กำลังถูกทรมาน และสาเหตุของการถูกทรมานนั้นมิใช่เรื่องใหญ่โต (ในความรู้สึกของผู้คน) หนึ่งในนี้เขาไม่รอบคอบในการปัสสาวะและการชำระล้างปัสสาวะ ส่วนอีกหนึ่งรายนั้น เขาเที่ยวนินทาผู้อื่น”  หลังจากนั้นท่านก็เอาก้านอินทผลัมสดมาฉีกเป็นสองส่วนแล้วปักลงไปในแต่ละหลุมศพ พวกเขากล่าวว่า โอ้ศาสนทูตของอัลลอฮ์ ท่านทำเช่นนี้เพื่ออะไร ? ท่านตอบว่า “เพื่อว่าทั้งสองจะได้รับการผ่อนเบา (จากการทรมาน) ตราบใดที่ก้านอินผลัมยังไม่แห้ง”


บุคคอรี/หมวดที่4/บทที่57/ฮะดีษเลขที่ 218


  หมายเหตุ  เป็นการกระทำเฉพาะท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งไม่มีรายงานว่าบรรดาศอฮาบะห์ได้นำวิธีการเช่นนี้ไปปฏิบัติแก่หลุมศพของผู้ใด


عَنِ ابْنِ عَبَّاسٍ، قَالَ مَرَّ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم عَلَى قَبْرَيْنِ فَقَالَ ‏"‏ أَمَا إِنَّهُمَا لَيُعَذَّبَانِ وَمَا يُعَذَّبَانِ فِي كَبِيرٍ أَمَّا أَحَدُهُمَا فَكَانَ يَمْشِي بِالنَّمِيمَةِ وَأَمَّا الآخَرُ فَكَانَ لاَ يَسْتَتِرُ مِنْ بَوْلِهِ ‏"‏ ‏.‏ قَالَ فَدَعَا بِعَسِيبٍ رَطْبٍ فَشَقَّهُ بِاثْنَيْنِ ثُمَّ غَرَسَ عَلَى هَذَا وَاحِدًا وَعَلَى هَذَا وَاحِدًا ثُمَّ قَالَ ‏"‏ لَعَلَّهُ أَنْ يُخَفَّفَ عَنْهُمَا مَا لَمْ يَيْبَسَا ‏"‏





              อิบนุ อับบาส รายงานว่า ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม เดินผ่านหลุมฝังศพสองหลุม แล้วกล่าวว่า ทั้งสองนี้กำลังโดนลงโทษ และเหตุของการถูกลงโทษนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ (ในสายตาของมนุษย์) โดยหนึ่งในสองนี้เดินนินทาชาวบ้าน, ส่วนอีกหนึ่งนั้นไม่รอบคอบในการปัสสาวะ (และในการชำระล้างปัสสาวะ) เขาเล่าต่อไปว่า ท่านได้เรียกให้นำเอาก้านอินทผลัมสดมาให้ แล้วท่านก็ฉีกเป็นสองซีก หลังจากนั้นท่านก็ปักแต่ละซีกบนหลุมศพทั้งสอง แล้วกล่าวว่า “หวังว่าทั้งสองจะได้รับการผ่อนเบาจากการลงโทษตราบใดที่ก้านอินทผลัมทั้งสองยังสดอยู่”


  
หมายเหตุ  เป็นการกระทำเฉพาะท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งไม่มีรายงานว่าบรรดาศอฮาบะห์ได้นำวิธีการเช่นนี้ไปปฏิบัติแก่หลุมศพของผู้ใด


มุสลิม/หมวดที่2/บทที่34/ฮะดีษเลขที่ 0575



حَدَّثَنِيهِ أَحْمَدُ بْنُ يُوسُفَ الأَزْدِيُّ، حَدَّثَنَا مُعَلَّى بْنُ أَسَدٍ، حَدَّثَنَا عَبْدُ الْوَاحِدِ، عَنْ سُلَيْمَانَ الأَعْمَشِ، بِهَذَا الإِسْنَادِ غَيْرَ أَنَّهُ قَالَ ‏"‏ وَكَانَ الآخَرُ لاَ يَسْتَنْزِهُ عَنِ الْبَوْلِ أَوْ مِنَ الْبَوْلِ ‏"‏  




          อะห์หมัด อิบนุ ยูซุบ อัลอัซดีย์ เล่าฮะดีษบทนี้ให้ฉันฟังว่า มุอัลลา อิบนุ อะสัด เล่าให้เราฟังว่า อับดุลวาฮิด เล่าให้เราฟังจาก สุไลมาน อัลอะอ์มัช ด้วยสายรายงานของฮะดีษบทเดียวกันนี้ นอกจากข้อความที่ว่า ท่านนนบีกล่าวว่า “อีกหลุมศพหนึ่งนั้นไม่ทำให้เขาสะอาดเกี่ยวกับปัสสาวะหรือจากปัสสาวะ” (ดูฮะดีษเลขที่ 0575)  
มุสลิม/หมวดที่2/บทที่34/ฮะดีษเลขที่ 0576

วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2555

หะดิษเศาะเฮียะห์บุคอรี ว่าด้วยการสูดน้ำเข้าโพรงจมูกขณะอาบน้ำละหมาด



ذَكَرَهُ عُثْمَانُ وَعَبْدُ اللَّهِ بْنُ زَيْدٍ وَابْنُ عَبَّاسٍ ـ رضى الله عنهم ـ عَنِ النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم‏  


          อุสมาน, อับดุลลอฮ์ อิบนุ ซัยด์ และอิบนุอับบาส – ขอพระองค์อัลลอฮ์พอพระทัยพวกเขาด้วยเถิด – พวกเขารายงานฮะดีษบทนี้จากท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม




عَنِ الزُّهْرِيِّ، قَالَ أَخْبَرَنِي أَبُو إِدْرِيسَ، أَنَّهُ سَمِعَ أَبَا هُرَيْرَةَ، عَنِ النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم أَنَّهُ قَالَ ‏"‏ مَنْ تَوَضَّأَ فَلْيَسْتَنْثِرْ، وَمَنِ اسْتَجْمَرَ فَلْيُوتِرْ ‏"‏‏ 


                อัสซุฮ์รีย์ รายงานว่าอบูอิดรีส บอกกับฉันว่า เขาได้ยินอบูฮุรอยเราะห์ รายงานจากท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งท่านกล่าวว่า “ผู้ใดอาบน้ำละหมาดก็จงสูดน้ำเข้าโพรงจมูกแล้วสั่งออก และผู้ใดชำระ (ทำความสะอาดปัสสาวะ,อุจจาระ) ด้วยหิน (หรือสิ่งใกล้เคียง) ก็จงทำเป็นจำนวนคี่”


บุคคอรี/หมวดที่4/บทที่25/ฮะดีษเลขที่ 161

หะดิษเศาะเฮียะห์บุคอรี ว่าด้วยการละหมาดขณะมีฮะดัษจะไม่ถูกตอบรับ



عَنْ هَمَّامِ بْنِ مُنَبِّهٍ، أَنَّهُ سَمِعَ أَبَا هُرَيْرَةَ، يَقُولُ قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم ‏"‏ لاَ تُقْبَلُ صَلاَةُ مَنْ أَحْدَثَ حَتَّى يَتَوَضَّأَ ‏"‏‏.‏ قَالَ رَجُلٌ مِنْ حَضْرَمَوْتَ مَا الْحَدَثُ يَا أَبَا هُرَيْرَةَ قَالَ فُسَاءٌ أَوْ ضُرَاطٌ‏.‏  




          ฮัมมาม อิบนุมุนับบิฮ์ รายงานว่า เขาได้ยินอบูฮุรอยเราะห์ กล่าวว่า ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า “การละหมาดของผู้ที่มีฮะดัษจะไม่ถูกตอบรับ จนกว่าเขาจะอาบน้ำละหมาดใหม่” ชายคนหนึ่งจากฮัดรอเมาต์ถามว่า โอ้อบูฮุรอยเราะห์ คำว่าฮะดัษหมายถึงอะไรหรือ ? เขาตอบว่า (หนึ่งในนั้น) คือการผายลม



บุคคอรี/หมวดที่4/บทที่2/ฮะดีษเลขที่ 135



 อ้างอิงเพิ่มเติม ฮะดีษเลขที่  6954