หะดิษ

หะดิษ
หะดิษต่างๆ

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2555

หะดิษบุคอรี ว่าด้วยการออกไปร่วมชุมนุมของมุสลีมะฮ์ในวันอีด



حَدَّثَنَا مُحَمَّدٌ ـ هُوَ ابْنُ سَلاَمٍ ـ قَالَ أَخْبَرَنَا عَبْدُ الْوَهَّابِ، عَنْ أَيُّوبَ، عَنْ حَفْصَةَ، قَالَتْ كُنَّا نَمْنَعُ عَوَاتِقَنَا أَنْ يَخْرُجْنَ فِي الْعِيدَيْنِ، فَقَدِمَتِ امْرَأَةٌ فَنَزَلَتْ قَصْرَ بَنِي خَلَفٍ، فَحَدَّثَتْ عَنْ أُخْتِهَا، وَكَانَ زَوْجُ أُخْتِهَا غَزَا مَعَ النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم ثِنْتَىْ عَشَرَةَ، وَكَانَتْ أُخْتِي مَعَهُ فِي سِتٍّ‏.‏ قَالَتْ كُنَّا نُدَاوِي الْكَلْمَى، وَنَقُومُ عَلَى الْمَرْضَى، فَسَأَلَتْ أُخْتِي النَّبِيَّ صلى الله عليه وسلم أَعَلَى إِحْدَانَا بَأْسٌ إِذَا لَمْ يَكُنْ لَهَا جِلْبَابٌ أَنْ لاَ تَخْرُجَ قَالَ ‏"‏ لِتُلْبِسْهَا صَاحِبَتُهَا مِنْ جِلْبَابِهَا، وَلْتَشْهَدِ الْخَيْرَ وَدَعْوَةَ الْمُسْلِمِينَ ‏"‏‏.‏ فَلَمَّا قَدِمَتْ أُمُّ عَطِيَّةَ سَأَلْتُهَا أَسَمِعْتِ النَّبِيَّ صلى الله عليه وسلم قَالَتْ بِأَبِي نَعَمْ ـ وَكَانَتْ لاَ تَذْكُرُهُ إِلاَّ قَالَتْ بِأَبِي ـ سَمِعْتُهُ يَقُولُ ‏"‏ يَخْرُجُ الْعَوَاتِقُ وَذَوَاتُ الْخُدُورِ، أَوِ الْعَوَاتِقُ ذَوَاتُ الْخُدُورِ وَالْحُيَّضُ، وَلْيَشْهَدْنَ الْخَيْرَ وَدَعْوَةَ الْمُؤْمِنِينَ، وَيَعْتَزِلُ الْحُيَّضُ الْمُصَلَّى ‏"‏‏.‏ قَالَتْ حَفْصَةُ فَقُلْتُ الْحُيَّضُ فَقَالَتْ أَلَيْسَ تَشْهَدُ عَرَفَةَ وَكَذَا وَكَذَا  






           อัยยูบ รายงานว่า ฮับเซาะห์ ได้กล่าวว่า พวกเราเคยห้ามสาวรุ่นในหมู่พวกเราไม่ให้ออกไปร่วมในกิจกรรมวันอีดทั้งสอง หลังจากนั้นได้มีหญิงผู้หนึ่งมาจากวังของบนีค่อลัฟ (อยู่ที่เมืองบัศเราะห์ตอนใต้ของประเทศอิรัคในปัจจุบัน) และได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพี่สาวของเธอ โดยที่สามีของพี่สาวเธอนั้นได้เคยออกร่วมสงครามพร้อมกับท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม จำนวน 12 ครั้ง และพี่สาวของเธอก็เคยออกไปร่วมสมรภูมิพร้อมกับสามีของเธอด้วย 6 ครั้ง เธอเล่าว่า พี่สาวของเธอกล่าวว่า  พวกเราคอยปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บ และรักษาผู้ป่วย และพี่สาวของฉันก็เคยถามท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ว่า  จะทำอย่างไรเล่า ถ้าคนใดในหมู่พวกเราไม่มีผ้าคลุมแล้วไม่ได้ออกไป (ร่วมกิจกรรมในวันอีด) ท่านตอบว่า ผู้ที่มีผ้าคลุมก็จะต้องสวมใส่มัน แล้วออกไปร่วมกิจกรรมชุมนุมของบรรดามุสลิม
                หลังจากนั้น อุมมุอะตียะห์ ได้มาถึงพอดี ฉันจึงได้ถามเธอว่า เธอเคยได้ยินเรื่องนี้จากท่านนบีบ้างหรือเปล่า ? เธอตอบว่า ใช่ ด้วยกับพ่อของฉัน (คำว่า บิอะบี เป็นสำนวนคำยืนยันในภาษาอาหรับ) และเธอจะไม่กล่าวอะไรเกี่ยวกับท่านนบีนอกจากจะยืนยันด้วยคำว่า ด้วยพ่อของฉัน
                ฉันเคยได้ยินท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า หญิงสาวรุ่นและหญิงพรหมจารี หรือหญิงสาวรุ่นและหญิงที่ยังไม่มีสามี รวมถึงหญิงที่มีประจำเดือนแล้ว จะต้องออกไปร่วมกิจกรรมชุมนุมของบรรดาผู้ศรัทธา แต่หญิงที่มีประจำเดือนให้อยู่นอกเขตที่ละหมาด
                ฮับเซาะห์ ได้กล่าวว่า ฉันย้อนถามว่า หญิงมีประจำเดือนด้วยหรือ เธอตอบว่า หญิงมีประจำเดือนไม่ได้อยู่ร่วมที่อะรอฟะห์ อย่างนั้น,อย่างนี้หรือ ? (อะรอฟะห์ คือสถานที่พักค้างสำหรับผู้ทำฮัจญ์ ตรงกับวันที่ 9 เดือนซุลฮิจญะห์) 

บุคอรี/หมวดที่6/บทที่23/ฮะดีษเลขที่ 324

หะดิษบุคอรี ว่าด้วยพวกอบูญะฮล์กลั่นแกล้งท่านนบี



عَنْ عَبْدِ اللَّهِ، قَالَ بَيْنَا رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم سَاجِدٌ ح قَالَ وَحَدَّثَنِي أَحْمَدُ بْنُ عُثْمَانَ قَالَ حَدَّثَنَا شُرَيْحُ بْنُ مَسْلَمَةَ قَالَ حَدَّثَنَا إِبْرَاهِيمُ بْنُ يُوسُفَ عَنْ أَبِيهِ عَنْ أَبِي إِسْحَاقَ قَالَ حَدَّثَنِي عَمْرُو بْنُ مَيْمُونٍ أَنَّ عَبْدَ اللَّهِ بْنَ مَسْعُودٍ حَدَّثَهُ أَنَّ النَّبِيَّ صلى الله عليه وسلم كَانَ يُصَلِّي عِنْدَ الْبَيْتِ، وَأَبُو جَهْلٍ وَأَصْحَابٌ لَهُ جُلُوسٌ، إِذْ قَالَ بَعْضُهُمْ لِبَعْضٍ أَيُّكُمْ يَجِيءُ بِسَلَى جَزُورِ بَنِي فُلاَنٍ فَيَضَعُهُ عَلَى ظَهْرِ مُحَمَّدٍ إِذَا سَجَدَ فَانْبَعَثَ أَشْقَى الْقَوْمِ فَجَاءَ بِهِ، فَنَظَرَ حَتَّى إِذَا سَجَدَ النَّبِيُّ صلى الله عليه وسلم وَضَعَهُ عَلَى ظَهْرِهِ بَيْنَ كَتِفَيْهِ وَأَنَا أَنْظُرُ، لاَ أُغَيِّرُ شَيْئًا، لَوْ كَانَ لِي مَنْعَةٌ‏.‏ قَالَ فَجَعَلُوا يَضْحَكُونَ وَيُحِيلُ بَعْضُهُمْ عَلَى بَعْضٍ، وَرَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم سَاجِدٌ لاَ يَرْفَعُ رَأْسَهُ، حَتَّى جَاءَتْهُ فَاطِمَةُ، فَطَرَحَتْ عَنْ ظَهْرِهِ، فَرَفَعَ رَأْسَهُ ثُمَّ قَالَ ‏"‏ اللَّهُمَّ عَلَيْكَ بِقُرَيْشٍ ‏"‏‏.‏ ثَلاَثَ مَرَّاتٍ، فَشَقَّ عَلَيْهِمْ إِذْ دَعَا عَلَيْهِمْ ـ قَالَ وَكَانُوا يُرَوْنَ أَنَّ الدَّعْوَةَ فِي ذَلِكَ الْبَلَدِ مُسْتَجَابَةٌ ـ ثُمَّ سَمَّى ‏"‏ اللَّهُمَّ عَلَيْكَ بِأَبِي جَهْلٍ، وَعَلَيْكَ بِعُتْبَةَ بْنِ رَبِيعَةَ، وَشَيْبَةَ بْنِ رَبِيعَةَ، وَالْوَلِيدِ بْنِ عُتْبَةَ، وَأُمَيَّةَ بْنِ خَلَفٍ، وَعُقْبَةَ بْنِ أَبِي مُعَيْطٍ ‏"‏‏.‏ وَعَدَّ السَّابِعَ فَلَمْ يَحْفَظْهُ قَالَ فَوَالَّذِي نَفْسِي بِيَدِهِ، لَقَدْ رَأَيْتُ الَّذِينَ عَدَّ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم صَرْعَى فِي الْقَلِيبِ قَلِيبِ بَدْرٍ‏  




                 อับดุลลอฮ์ อิบนิมัสอู๊ด เล่าให้เขา (ผู้รายงาน) ฟังว่า  ครั้งหนึ่งขณะที่ท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กำลังละหมาดอยู่ที่กะอ์บะห์ โดยอบูญะฮล์ และสหายของเขาก็อยู่ที่นั้นด้วย คนหนึ่งในหมู่พวกเขา (อบูญะฮล์) กล่าวกับบรรดาสหายของเขาว่า  ใครก็ได้ในหมู่พวกเจ้าไปเอารกอูฐที่บ้านคนนั้นมาหน่อย แล้วเอามันคลุมหลังของมูฮัมหมัดตอนที่ก้มกราบ (สุญูด)  และพวกเขาก็มอบหมายให้ (อุกบะห์ อิบนุ มุอี๊ด) ไปจัดการเรื่องนี้ และเขาก็เอารกอูฐมา (ในเช้าวันรุ่งขึ้น)  และคอยจนกระทั่งท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม (ละหมาดและ) สุญูด เขาจึงเอารกอูฐไปคลุมหลังระหว่างบ่าทั้งสองของท่านนบี ตอนนั้นฉันก็เห็นที่พวกเขาทำแต่ไม่สามารถจะช่วยเหลือใดๆได้ และถ้าฉันมีกำลังพอฉันก็จะหยุดพฤติกรรมของพวกเขา,
                เขาเล่าต่อไปว่า หลังจากนั้นพวกเขาก็หัวเราะ และต่างก็กล่าวถากถางเป็นที่ขบขันในหมู่พวกเขา ซึ่งขณะนั้นท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ก็ยังอยู่ในท่าสุญูดโดยท่านไม่สามารถที่จะเงยศีรษะของท่านขึ้นได้ จนกระทั่ง ฟาติมะห์ (ลูกสาวของท่าน) มานำเอารกอูฐทั้งผืนออกจากหลังของท่าน, ท่านจึงเงยศีรษะขึ้นมา แล้วกล่าวว่า “โอ้อัลลอฮ์ขอพระองค์ทรงลงโทษพวกกุรอยช์เหล่านี้ด้วยเถิด” ท่านกล่าวเช่นนี้สามครั้ง เมื่อพวกเขาได้ยินคำวิงวอนสาปแช่งเช่นนั้นต่างก็ตื่นตระหนก เพราะพวกเขายังเชื่อว่า การวิงวอนขอ ณ.ที่นั้น (บัยตุ้ลลอฮ์) จะถูกตอบรับ
                ท่านนบี กล่าวต่อไปโดยเรียกชื่อของพวกเขาทีละคนว่า “โอ้อัลลลอฮ์โปรดลงโทษ อบูญะฮล์, ขอพระองค์ลงโทษ อุตบะห์ บินรอบีอะห์, ชัยบะห์ บินรอบีอะห์, อัลวะลีด บินอุตบะห์, อุมัยยะห์ บินค่อลัฟ, อุกบะห์ อิบนุอบีมุอี๊ด”  และท่านกล่าวถึงอีกคนหนึ่งเป็นลำดับที่เจ็ด แต่เราจำชื่อเขาไม่ได้
                อับดุลลอฮ์ อิบนิมัสอู๊ด กล่าวว่า ขอสาบานต่อ (อัลลอฮ์) ผู้ซึ่งที่ตัวของฉันอยู่ในอุ้งพระหัตของพระองค์ว่า ฉันเห็นร่างของบรรดาผู้ที่ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม เอ่ยชื่อพวกเขานี้ ถูกโยนลงในหลุม, สุสานแห่งสมรภูมิบะดัร


บุคคอรี/หมวดที่4/บทที่70/ฮะดีษเลขที่ 240

หะดิามุสลิม ว่าด้วยการทำความสะอาดปัสสาวะของเด็กชาย



أَنَّ أَمَّ قَيْسٍ بِنْتَ مِحْصَنٍ، - وَكَانَتْ مِنَ الْمُهَاجِرَاتِ الأُوَلِ اللاَّتِي بَايَعْنَ رَسُولَ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم وَهِيَ أُخْتُ عُكَّاشَةَ بْنِ مِحْصَنٍ أَحَدُ بَنِي أَسَدِ بْنِ خُزَيْمَةَ - قَالَ أَخْبَرَتْنِي أَنَّهَا أَتَتْ رَسُولَ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم بِابْنٍ لَهَا لَمْ يَبْلُغْ أَنْ يَأْكُلَ الطَّعَامَ - قَالَ عُبَيْدُ اللَّهِ - أَخْبَرَتْنِي أَنَّ ابْنَهَا ذَاكَ بَالَ فِي حِجْرِ رَسُولِ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم فَدَعَا رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم بِمَاءٍ فَنَضَحَهُ عَلَى ثَوْبِهِ وَلَمْ يَغْسِلْهُ غَسْلاً  




          อุมมุก็อยซ์ บินติ มิฮ์ศ็อน เธอเป็นคนหนึ่งในหมู่สตรีที่อพยพรุ่นแรก และเป็นหนึ่งในหมู่สตรีที่ให้สัตยาบันต่อท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม, เธอเป็นน้องสาวของ อุกาซะห์ อิบนุ มิฮ์ศ็อน ซึ่งมาจากบนีอะสัด บิน คุซัยมะห์ เธอเล่าให้ฉัน (อุบัยดุลลอฮ์ อิบนุ อับดิลลาฮ์) ฟังว่า  เธอนำลูกชายของเธอที่ยังไม่พ้นวัยกินอาหารอื่นใด (นอกจากนม) มาหาท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม
                อุบัยดุลลอฮ์ เล่าต่อว่า เธอบอกกับฉันว่า ลูกชายของเธอปัสสาวะใส่ตักของท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม แล้วท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ก็เรียกให้นำน้ำมาให้ แล้วท่านก็พรมน้ำที่ผ้าของท่านตรงรอยปัสสาวะ โดยท่านไม่ได้ล้างรอยปัสสาวะนั้นแต่อย่างใด


มุสลิม/หมวดที่2/บทที่31/ฮะดีษเลขที่ 0565

หะดิษบุคอรี ว่าด้วยหญิงที่ลูกของนางเสียชีวิตในวัยเด็ก



عَنْ أَبِي سَعِيدٍ الْخُدْرِيِّ،‏.‏ قَالَتِ النِّسَاءُ لِلنَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم غَلَبَنَا عَلَيْكَ الرِّجَالُ، فَاجْعَلْ لَنَا يَوْمًا مِنْ نَفْسِكَ‏.‏ فَوَعَدَهُنَّ يَوْمًا لَقِيَهُنَّ فِيهِ، فَوَعَظَهُنَّ وَأَمَرَهُنَّ، فَكَانَ فِيمَا قَالَ لَهُنَّ ‏"‏ مَا مِنْكُنَّ امْرَأَةٌ تُقَدِّمُ ثَلاَثَةً مِنْ وَلَدِهَا إِلاَّ كَانَ لَهَا حِجَابًا مِنَ النَّارِ ‏"‏‏.‏ فَقَالَتِ امْرَأَةٌ وَاثْنَيْنِ فَقَالَ ‏"‏ وَاثْنَيْنِ ‏"‏‏  


                อบีสะอี๊ด อัลคุดรีย์ รายงานว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งได้กล่าวกับท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัมว่า บรรดาผู้ชายมีโอกาสใกล้ชิดท่านมากกว่าพวกเรา ฉะนั้นขอโปรดให้ท่านจัดเวลาให้พวกเราสักวันหนึ่งเถิด ซึ่งท่านได้ให้สัญญาแก่พวกนางว่า จะให้เวลาแก่พวกนางวันหนึ่งสำหรับการตักเตือนและออกคำสั่งแก่พวกนาง  โดนครั้งหนึ่งของการอบรม (สตรี) ท่านนบีได้กล่าวว่า “ไม่มีหญิงใดที่ลูกของนางเสียชีวิตสามคน (ในวัยเด็ก)  นอกจากหญิงผู้นั้นจะได้รับการป้องกันจากไฟนรก” มีหญิงผู้หนึ่งถามว่า ถ้าสองคนละ ? ท่านตอบว่า “แม้จะสองคนก็ตาม”

บุคคอรี/หมวดที่3/บทที่35/ฮะดีษเลขที่ 101

หะดิษบุคอรี ว่าด้วยต่างหูและแหวน



عَنْ أَيُّوبَ، قَالَ سَمِعْتُ عَطَاءً، قَالَ سَمِعْتُ ابْنَ عَبَّاسٍ، قَالَ أَشْهَدُ عَلَى النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم ـ أَوْ قَالَ عَطَاءٌ أَشْهَدُ عَلَى ابْنِ عَبَّاسٍ ـ أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم خَرَجَ وَمَعَهُ بِلاَلٌ، فَظَنَّ أَنَّهُ لَمْ يُسْمِعِ النِّسَاءَ فَوَعَظَهُنَّ، وَأَمَرَهُنَّ بِالصَّدَقَةِ، فَجَعَلَتِ الْمَرْأَةُ تُلْقِي الْقُرْطَ وَالْخَاتَمَ، وَبِلاَلٌ يَأْخُذُ فِي طَرَفِ ثَوْبِهِ‏.‏ وَقَالَ إِسْمَاعِيلُ عَنْ أَيُّوبَ عَنْ عَطَاءٍ وَقَالَ عَنِ ابْنِ عَبَّاسٍ أَشْهَدُ عَلَى النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم‏.‏ 


  
                อบีอัยยูบ รายงานว่า ฉันเคยได้ยินอะฏออ์ กล่าวว่า หรือฉันเคยได้ยินอิบนิอับบาส กล่าวว่า ฉันยืนยันว่า แท้จริงท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยวะซัลลัม ได้ออกไปพร้อมกับบิล้าล (หลังจากคุตบะห์อีดเรียบรอ้ยแล้วโดยตรง ไปที่หมู่สตรี) ที่เขาคิดว่าไม่ได้ยินคำสอนของท่าน, ท่านได้ตักเตือนแก่พวกนาง และใช้ให้พวกนางบริจาค ฉะนั้นบรรดาผู้หญิงจึงได้นำต่างหูและแหวนของพวกนางมาโยนใส่ในผ้า โดยบิล้าลได้ถือชายผ้านั้นไว้

บุคคอรี/หมวดที่3/บทที่32/ฮะดีษเลขที่ 98

วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555

หะดิษมุสลิม ว่าด้วยความบกพร่องทางปัญญาและทางศาสนาของสตรี



عَنْ عَبْدِ اللَّهِ بْنِ عُمَرَ، عَنْ رَسُولِ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم أَنَّهُ قَالَ ‏"‏ يَا مَعْشَرَ النِّسَاءِ تَصَدَّقْنَ وَأَكْثِرْنَ الاِسْتِغْفَارَ فَإِنِّي رَأَيْتُكُنَّ أَكْثَرَ أَهْلِ النَّارِ ‏"‏ ‏.‏ فَقَالَتِ امْرَأَةٌ مِنْهُنَّ جَزْلَةٌ وَمَا لَنَا يَا رَسُولَ اللَّهِ أَكْثَرَ أَهْلِ النَّارِ ‏.‏ قَالَ ‏"‏ تُكْثِرْنَ اللَّعْنَ وَتَكْفُرْنَ الْعَشِيرَ وَمَا رَأَيْتُ مِنْ نَاقِصَاتِ عَقْلٍ وَدِينٍ أَغْلَبَ لِذِي لُبٍّ مِنْكُنَّ ‏"‏ ‏.‏ قَالَتْ يَا رَسُولَ اللَّهِ وَمَا نُقْصَانُ الْعَقْلِ وَالدِّينِ قَالَ ‏"‏ أَمَّا نُقْصَانُ الْعَقْلِ فَشَهَادَةُ امْرَأَتَيْنِ تَعْدِلُ شَهَادَةَ رَجُلٍ فَهَذَا نُقْصَانُ الْعَقْلِ وَتَمْكُثُ اللَّيَالِيَ مَا تُصَلِّي وَتُفْطِرُ فِي رَمَضَانَ فَهَذَا نُقْصَانُ الدِّينِ ‏"‏ ‏.‏ 

            อับดุลลอฮ์ อิบนิอุมัร รายงานจากท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ว่า ท่านรอซูลได้กล่าวว่า “โอ้บรรดาสตรีทั้งหลาย พวกเธอควรบริจาคให้เยอะ และขออภัยโทษให้มากๆ ฉันได้เห็นสตรีส่วนมากเป็นชาวนรก” หญิงที่ไหวพริบดีผู้หนึ่งกล่าวขึ้นว่า ทำไมพวกเราส่วนใหญ่จึงเป็นชาวนรกละ ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์  ท่านตอบว่า “ผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบสาปแช่ง,และดื้อดึงต่อสามี และฉันไม่เห็นว่าจะมีผู้ใดบกพร่องทั้งทางปัญญา (ขาดความสุขุม,รอบคอบ) และ(บกพร่องในการปฏิบัติ) ศาสนาในเวลาเดียวกันมากไปกว่าเหล่าสตรีเลย, หญิงผู้นั้นถามว่า โอ้ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ ความบกพร่องทางปัญญาและศาสนาเป็นอย่างไรหรือ ? ท่านตอบว่า การบกพร่องทางปัญญาก็เช่น การเป็นพยานของสตรีสองคนเท่ากับการเป็นพยานของชายหนึ่งคน นี่คือความบกพร่องทางปัญญา, และระยะหลายคืน (ติดต่อกันรวมทั้งกลางวันด้วย ที่บรรดาสตรีมีประจำเดือน) เธอไม่ได้ละหมาดและถือศีลอดในเดือนรอมฏอน นี่คือความบกพร่องทางศาสนา”

มุสลิม/หมวดที่1/บทที่36/ฮะดีษเลขที่ 0142

วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2555

หะดิษบุคอรี ว่าด้วยการฝันของท่านนบีเห็นเยือกที่มีน้ำนม




أَنَّ ابْنَ عُمَرَ، قَالَ سَمِعْتُ رَسُولَ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم قَالَ ‏"‏ بَيْنَا أَنَا نَائِمٌ أُتِيتُ بِقَدَحِ لَبَنٍ، فَشَرِبْتُ حَتَّى إِنِّي لأَرَى الرِّيَّ يَخْرُجُ فِي أَظْفَارِي، ثُمَّ أَعْطَيْتُ فَضْلِي عُمَرَ بْنَ الْخَطَّابِ ‏"‏‏.‏ قَالُوا فَمَا أَوَّلْتَهُ يَا رَسُولَ اللَّهِ قَالَ ‏"‏ الْعِلْمَ ‏"‏‏.‏  




                รายงานจาก (อับดุลลอฮ์) อิบนิอุมัร ว่า ฉันเคยได้ยินท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า “ขณะที่ฉันกำลังหลับ (และฝันเห็น) เหยือกที่มีน้ำนมเต็มเปี่ยมถูกนำมาให้ฉัน และฉันก็ดื่มนมนั้นจนกระทั่งจนพบว่าน้ำนมนั้นได้ไหลออกจากเล็บของฉันจนเปียกแฉะ หลังจากนั้นฉันก็ให้น้ำนมที่เหลืออยู่แก่อุมัร อิบนุ้ลค๊อตต๊อบ” บรรดาศอฮาบะห์ถามว่า ท่านจะทำนายฝันนี้อย่างไรหรือโอ้ศาสนทูตของอัลลอฮ์ ท่านตอบว่า “มันคือความรู้” (ที่ถูกถ่ายทอดออกไป)

บุคคอรี/หมวดที่3/บทที่22/ฮะดีษเลขที่ 82